หลังจากการศึกษาดูงานทางด้านเศรษฐกิจ และการค้ามาแล้ว
ในวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับก็เป็นอีกวันหนึ่งที่จะได้ศึกษาเกี่ยวศิลปะ วัฒนธรรม และเทคโนโลยีของมหานครเซี่ยงไฮ้้
โดยสถานที่แรกตามตารางในวันนี้คือ วัดพระหยก
เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนจีนในเซี่ยงไฮ้ต่างเคารพนับถือมากราบไหว้พระเพื่อขอพร ที่นี่ทำให้เราได้เห็นถึงวัฒนธรรมในด้านศาสนา
ซึ่งแม้จะเป็นศาสนาพุทธเช่นเดียวกัน
แต่ก็มีความแตกต่างกันทั้งในด้านสถาปัตยกรรมของสิ่งก่อสร้างภายในวัดและองค์พระพุทธรูป ไปตลอดจนถึงพิธีกรรมทางศาสนา
ซึ่งประเทศจีนเองเพิ่งจะอนุญาตให้ประชาชนของตนนับถือศาสนาได้ หลังจากได้มีการสั่งห้ามมิให้ประชาชนนับถือศาสนาใด ๆ ภายหลังการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งนั้นก็เป็นเหตุให้วัตถุโบราณเก่าแก่เกี่ยวกับศาสนาถูกทำลายลงไปเป็นจำนวนมาก
และวัดแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในวัดไม่กี่แห่งของประเทศจีนที่เหลือรอดจากการปฏิวัติวัฒนธรรมของจีนในครั้งนั้นมาได้
และสถานที่ต่อมาคือ สวนอี้หยวน
โดยในช่วงบ่ายเราได้ไปดูตลาดการค้าสินค้าของเลียนแบบ หรือ ตลาดเซียงหยาง
ซึ่งเป็นตลาดที่ถูกสร้างไว้ใต้ดิน และหากจะเรียกว่า “ตลาดขายของใต้ดิน” ก็คงไม่ผิดไปจากความเป็นจริงเท่าไรนักทั้งในแง่ของความหมาย และความเป็นจริง
สินค้าที่นี้มีหลากหลายประเภทตั้งแต่อุปกรณ์กีฬา เสื้อผ้า กระเป๋า งานศิลปะ ไปจนถึงของเล่นเด็ก
ซึ่งราคาก็ถูกจนแทบไม่น่าเชื่อ เพราะเมื่อเราได้ทดลองใช้วิธีการเจรจาต่อรองทางค้าที่ได้เรียนมาทำให้พบว่าสินค้าเหล่านี้มีต้นทุนที่ถูกอย่างมาก เพราะภายหลังจากการเจรจาต่อรอง ราคาก็ลดลงมาได้มากกว่าสองในสามของราคาที่เสนอขายไว้ในครั้งแรก ทำให้คำนวณได้ว่าต้นทุนของสินค้าที่แท้จริงย่อมต้องต่ำกว่าราคาที่เสนอขาย
เพราะราคาที่ผู้ขายเสนอย่อมเป็นราคาที่บวกกำไรไว้แล้ว เป็นการได้นำวิชาความรู้ในห้องเรียนมาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงกับคู่ค้าที่เป็นชาวต่างชาติ
ซึ่งการเจรจาย่อมกระทำได้ยากลำบากกว่าการเจรจากับคู่ค้าที่เป็นคนชาติเดียวกัน