มีนาคม 20, 2008 โดย tulaw
เขต Westlake นี้มีศาลยุติธรรมซึ่งเป็นศาลชั้นต้นหนึ่งในแปดของศาลชั้นต้นในเมืองหังโจว โดยศาลแห่งนี้มีหน้าที่หลักในการพิจารณาพิพากษาคดี และการบังคับคดีทั้งคดีที่เป็นคดีอาญา คดีแพ่ง และคดีพาณิชย์ รวมไปถึงคดีทางปกครองที่เกี่ยวกับหน่วยงานของรัฐด้วย



โดยมีห้องพิจารณา 28 ห้องและหน่วยงานบังคับคดี 15 ห้อง รวมบุคคลากรในฝ่ายต่างๆประมาณ 95 คน ซึ่งผลการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของศาลซีหูแห่งนี้ คือ

ในทุกๆปีทาศาลจะทำการเจรจาไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นได้ปีละประมาณ 7,000 เรื่อง
ศาลซีหูแห่งนี้ ได้มีการแบ่งออกเป็นหลายฝ่าย
อาทิเช่น ฝ่ายบริหารองค์กร ฝ่ายรับคำคู่ความ ฝ่ายจัดเก็บข้อมูล ฝ่ายคดีอาญา ฝ่ายคดีแพ่ง ฝ่ายคดีพาณิชย์ ฝ่ายจัดการพิจารณาคดี ฝ่ายตรวจสอบและดูแลความปลอดภัยภายในบริเวณศาล ฝ่ายบังคับคดี เป็นต้น
เรื่องที่ได้พบเห็นในการไปดูงาน
เรื่องแรกเป็นเรื่องสถานที่ที่ศาลซีหูออกจะดูทันสมัย และมีความปลอดภัยกว่าศาลไทย เนื่องจากความทันสมัยของรูปแบบอาคาร การตรวจตราการเข้าออกด้วยเครื่องสแกน ห้องที่พร้อมไปด้วยเครื่องปรับอากาศและจอมอนิเตอร์สำหรับการสืบพยานทางวีดิโอคอนเฟอเร้นซ์
ที่น่าตื่นตาตื่นใจคือ ทางศาลจีนจะมีผู้บันทึกการพิจารณาคดีโดยใช้เครื่องชวเลข




ต่อมาคือเรื่องการดำเนินงานที่ทางศาลซีหูจะเน้นขั้นตอนการไกล่เกลี่ย
โดยดูจากยอดการเจรจาตกลงระงับข้อพิพาทที่สำเร็จในศาล ศาลซีหูทำได้ถึง 7,000 เรื่องต่อปี ซึ่งนับเป็นจำนวนที่สูงมากและได้ประโยชน์แก่ทุกฝ่าย
ไม่ใช่แต่เพียงขั้นตอนการดำเนินงานเท่านั้น ทางศาลยังจัดห้องไกล่เกลี่ยคดีให้แก่คู่ความไว้ในสภาพและปริมาณที่เหมาะสมแก่การเจรจาคดีทีเดียว
การที่ได้ไปดูงานที่ศาลซีหู เมืองหังโจว
เป็นการเดินทางไปสถานที่ซึ่งถือว่าตรงกับการศึกษากฎหมายของนักศึกษาที่เดินทางไปมากแห่งหนึ่ง
ทำให้ได้เปิดทัศนคติของนักศึกษาในเรื่องกระบวนการยุติธรรมภายใต้ระบอบการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์
ศาลซีหูก็เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า ผู้ปกครองเมื่อเกิดคดีขึ้น ทำได้เพียงแค่มีตัวแทนมานั่งพิจารณาคดีร่วม แต่ความอิสระในการตัดสินก็ยังคงขึ้นอยู่กับผู้พิพากษาผู้พิจารณาคดี



…เมื่อระบบยุติธรรมดีขึ้น ชาวต่างชาติก็เกิดความมั่นใจขึ้นก็ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชากรในประเทศไทยต่อไป